estate818.com บริษัทรับสร้างบ้านทั่วภาคอีสาน

บ้านหรูเพดานสูง Double Volume สวยจริง แต่มีค่าใช้จ่ายอะไรซ่อนอยู่?

เพดานสูงบ้าน Double Volume สวยจริง แต่มีค่าใช้จ่ายอะไรซ่อนอยู่? | Estate 818

บ้าน Double Volume ที่เปิดโถงกลางสูงโปร่ง มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ และมองเห็นโคมไฟระย้าจากชั้นบน เป็นภาพบ้านในฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่ชอบบ้านสไตล์ Modern Luxury ซึ่งให้ความรู้สึกโอ่อ่าและแตกต่างจากบ้านทั่วไป

แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ได้คิดถึงตอนดูภาพแบบบ้านหรือภาพ 3D คือ พื้นที่ที่ดูสวยงามในวันนี้ จะมีค่าใช้จ่ายอะไรตามมาเมื่อเข้าอยู่อาศัยจริง? ตั้งแต่พื้นที่ชั้นสองที่หายไป การเลือกระบบปรับอากาศให้เหมาะสม ค่าใช้จ่ายของกระจกบานสูง ไปจนถึงเรื่องง่าย ๆ อย่างการเปลี่ยนหลอดไฟหรือทำความสะอาดม่านสูงหลายเมตร

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Double Volume มีข้อดีอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ควรวางแผนล่วงหน้า และจะออกแบบอย่างไรให้บ้านยังคงความหรูหราโดยไม่สร้างภาระในการดูแลระยะยาว

Double Volume คืออะไร? แตกต่างจากบ้านโถงสูงทั่วไปอย่างไร

Double Volume คือการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้มีความสูงต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งชั้น โดยมักพบในบ้านสองชั้นที่เปิดโถงจากพื้นชั้นล่างขึ้นไปถึงระดับฝ้าเพดานชั้นบน ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีห้องรับแขกสูงประมาณ 5–6 เมตร เปิดมุมมองให้เห็นพื้นที่ชั้นสองหรือระเบียงภายในบ้าน ทำให้ห้องรับแขกดูโอ่อ่าและเชื่อมโยงพื้นที่ทั้งสองชั้นเข้าด้วยกัน

ลักษณะนี้แตกต่างจากบ้านที่มีเพดานสูงทั่วไป เช่น ห้องที่มีความสูง 3 เมตร ซึ่งยังมีพื้นชั้นบนเต็มพื้นที่ Double Volume จึงไม่ได้หมายถึงการยกฝ้าให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรพื้นที่อาคาร การออกแบบโครงสร้าง และการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้านด้วย

ทำไมบ้านหรูถึงนิยมออกแบบ Double Volume?

เหตุผลสำคัญคือความรู้สึกที่ได้รับเมื่อเดินเข้าสู่บ้าน

  • บ้านดูโอ่อ่าตั้งแต่แรกเห็น โดยเฉพาะเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบโถงรับแขกสูงต่อเนื่องสองชั้น
  • รับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น เพราะสามารถติดตั้งช่องแสงหรือหน้าต่างบริเวณผนังสูงได้
  • เชื่อมพื้นที่ชั้นล่างและชั้นบน ทำให้สมาชิกในครอบครัวมองเห็นและสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น
  • สร้างเอกลักษณ์ให้บ้าน ด้วยผนังตกแต่งสูง โคมไฟระย้า บันได และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีสัดส่วนโดดเด่น
  • เพิ่มความรู้สึกโปร่งสบาย ลดความอึดอัดเมื่อเทียบกับห้องที่มีความสูงจำกัด

อย่างไรก็ตาม ความโปร่งโล่งไม่ได้หมายความว่าบ้านจะเย็นขึ้นหรือประหยัดพลังงานเสมอไป ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับทิศทางบ้าน ฉนวนกันความร้อน ช่องเปิด และระบบระบายอากาศที่ออกแบบร่วมกัน

1. พื้นที่ชั้นสองที่หายไป ต้นทุนที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

ค่าใช้จ่ายอย่างแรกของ Double Volume อาจไม่ใช่เงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่เป็นพื้นที่ใช้สอยที่เจ้าของบ้านเลือกสละเพื่อแลกกับความโปร่งโล่ง ลองนึกภาพบ้านสองชั้นที่ออกแบบห้องรับแขกขนาด 4 × 5 เมตร หากเป็นบ้านสองชั้นแบบทั่วไป พื้นที่เหนือห้องรับแขกอาจใช้ทำห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องพักผ่อนเพิ่มเติมได้

แต่เมื่อเลือกออกแบบให้บริเวณนี้เป็น Double Volume ก็จะเกิดช่องเปิดโล่งขนาด 20 ตารางเมตร ทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นพื้นห้องชั้นสองได้เต็มรูปแบบ พื้นที่ 20 ตารางเมตรในตัวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบ้านต้องจ่ายค่าก่อสร้างเพิ่มเท่ากับห้องขนาดเดียวกัน แต่หมายถึง โอกาสในการใช้งานพื้นที่ชั้นสองที่ลดลง

สำหรับครอบครัวที่มีที่ดินกว้างและต้องการห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ อาจไม่ใช่ข้อจำกัดสำคัญ แต่สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด การเปิดโถงสูงอาจทำให้ต้องจัดแปลนห้องนอนหรือห้องทำงานใหม่ทั้งหมด

2. บ้านเพดานสูง ค่าแอร์จะแพงขึ้นจริงไหม?

หนึ่งในความกังวลที่พบบ่อยของบ้าน Double Volume คือเรื่องค่าไฟ เพราะเมื่อห้องมีความสูงมากขึ้น ปริมาตรอากาศภายในห้องก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่การสรุปว่า Double Volume ทำให้ค่าไฟแพงกว่าบ้านทั่วไปเสมอไป อาจไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่ต้องพิจารณาคือความร้อนที่เข้าสู่อาคารและวิธีควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่ที่มีคนใช้งานจริง

ทำไมบางบ้านเปิดแอร์แล้วเย็นช้า?

ห้องที่มีโถงสูงและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ อาจได้รับความร้อนจากหลายทางพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดที่ส่องผ่านกระจก ความร้อนจากหลังคา หรือผนังภายนอกที่สะสมความร้อนระหว่างวัน นอกจากนี้ อากาศร้อนมีแนวโน้มลอยตัวขึ้นสู่บริเวณด้านบน ทำให้อุณหภูมิภายในห้องแตกต่างกันตามระดับความสูง

หากระบบปรับอากาศออกแบบไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหา เช่น ชั้นล่างเย็นไม่ทั่วถึง มีบางจุดร้อนกว่าบริเวณอื่น หรือเครื่องปรับอากาศทำงานหนักโดยไม่สามารถรักษาอุณหภูมิให้สบายได้ อย่างไรก็ตาม หากออกแบบระบบจ่ายลมและควบคุมความร้อนอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้พื้นที่อยู่อาศัยด้านล่างมีอุณหภูมิที่สบายได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้อากาศทุกระดับความสูงเย็นเท่ากัน

  • ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศ ควรคำนวณภาระความเย็นจากขนาดพื้นที่ ปริมาตรห้อง กระจก ทิศทางแดด และจำนวนผู้ใช้งาน ไม่ใช่เลือกขนาด BTU จากพื้นที่ตารางเมตรเพียงอย่างเดียว
  • ตำแหน่งจ่ายลมเย็น ห้องโถงสูงอาจต้องพิจารณาระยะส่งลม ตำแหน่งติดตั้ง และการกระจายอากาศ เพื่อให้บริเวณที่นั่งพักผ่อนเย็นสบายอย่างสม่ำเสมอ
  • ระบบกันความร้อนจากหลังคาและผนัง ควรเลือกฉนวนและรายละเอียดเปลือกอาคารให้เหมาะกับรูปแบบหลังคา โดยเฉพาะบ้านที่บริเวณโถงสูงอยู่ใกล้แนวหลังคา
  • การแบ่งโซนปรับอากาศ หากห้องรับแขกเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารและโถงบันได ควรพิจารณาว่าจะปรับอากาศทั้งหมดพร้อมกันหรือสามารถแยกพื้นที่ใช้งานได้
  • การระบายอากาศ การมีเพดานสูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้อากาศร้อนระบายออกจากบ้านโดยอัตโนมัติ หากต้องการใช้การระบายอากาศตามธรรมชาติ ต้องออกแบบช่องรับลมและช่องระบายอากาศให้สัมพันธ์กัน รวมถึงคำนึงถึงการใช้งานขณะเปิดเครื่องปรับอากาศด้วย

บ้าน Double Volume ที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านที่ติดแอร์เครื่องใหญ่ที่สุด แต่ต้องออกแบบให้สภาพแวดล้อมภายในเหมาะกับการใช้งานจริง

กระจกบานสูงสวยมาก แต่ไม่ได้จบแค่ค่ากระจก

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้บ้าน Double Volume ดูหรูหราคือหน้าต่างกระจกสูงต่อเนื่องสองชั้น บางแบบออกแบบให้มองเห็นสวน สนามหญ้า หรือสระว่ายน้ำจากห้องรับแขกได้เต็มสายตา กระจกบานใหญ่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเปิดโล่งและสร้างความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกได้ดี แต่ก่อนเลือกขนาดกระจก ควรทำความเข้าใจว่าราคางานกระจกไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่กระจกอย่างเดียว

3. สิ่งที่ทำให้ต้นทุนงานกระจกเพิ่มขึ้น

  • ขนาดและน้ำหนักกระจก กระจกขนาดใหญ่หรือติดตั้งในระดับสูงอาจต้องใช้กระจกที่มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความแข็งแรงตามการคำนวณ รวมถึงอาจต้องใช้อุปกรณ์ยกและทีมติดตั้งเฉพาะทาง
  • ชนิดของกระจก กระจกใสทั่วไป กระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต และกระจก Low-E มีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกใช้ต้องพิจารณาทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพด้านความร้อน ไม่ใช่ดูจากความสวยเพียงอย่างเดียว
  • ระบบกรอบประตูหน้าต่าง กระจกบานสูงต้องทำงานร่วมกับกรอบที่รับน้ำหนักและแรงลมได้เหมาะสม รายละเอียดรอยต่อ การยึดติด และระบบกันน้ำรั่วจึงมีความสำคัญ
  • การป้องกันความร้อนจากแสงแดด กระจกที่ได้รับแดดโดยตรง โดยเฉพาะด้านที่รับแดดช่วงบ่าย อาจทำให้พื้นที่ภายในได้รับความร้อนสูงขึ้น

สำหรับบ้านในสภาพอากาศร้อน ควรพิจารณาค่า SHGC ซึ่งใช้บอกสัดส่วนพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านกระจกเข้ามา รวมถึงค่า U-value ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อนผ่านชุดกระจกและกรอบ กระจกที่ช่วยลดความร้อนได้ดีอาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าบางทางเลือก แต่ต้องประเมินร่วมกับทิศทางอาคาร ขนาดช่องเปิด และงบประมาณโดยรวม

แล้วใช้กระจกเต็มผนังจะดีหรือไม่?

คำตอบขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หากด้านนั้นมองออกไปเห็นสวนสวย มีร่มเงาและได้รับแสงที่เหมาะสม กระจกบานใหญ่สามารถสร้างคุณค่าให้พื้นที่ภายในได้มาก แต่หากเป็นผนังที่รับแดดจัดต่อเนื่อง การใช้กระจกเต็มพื้นที่โดยไม่มีชายคาหรืออุปกรณ์บังแดด อาจสร้างภาระด้านความร้อนโดยไม่จำเป็น บางครั้งการลดขนาดกระจกเล็กน้อย แล้วเพิ่มรายละเอียดกรอบอาคารหรือชายคาให้ลงตัว อาจทำให้บ้านยังคงความหรูหราและอยู่สบายกว่าเดิมได้

4. ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เรื่องที่มักถูกลืมตอนดูภาพ 3D

ลองจินตนาการว่าบ้านสร้างเสร็จแล้ว ห้องรับแขกสูงประมาณ 6 เมตร มีโคมไฟระย้าสวยงามอยู่ตรงกลาง และติดม่านสูงเกือบเต็มผนัง ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งถึงวันที่ต้องทำความสะอาดกระจก เปลี่ยนหลอดไฟ หรือซ่อมอุปกรณ์บางอย่าง ในบ้านที่มีเพดานความสูงปกติ งานเหล่านี้อาจทำได้ด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดทั่วไป แต่เมื่อเป็นโถงสูง การเข้าถึงตำแหน่งต่าง ๆ จะซับซ้อนขึ้น

โคมไฟระย้าและไฟเพดาน

โคมไฟที่ติดตั้งบนฝ้าสูงอาจต้องใช้บันไดเฉพาะทาง นั่งร้าน หรือผู้ให้บริการที่มีอุปกรณ์สำหรับทำงานบนที่สูง หากเลือกโคมไฟที่มีชิ้นส่วนตกแต่งจำนวนมาก ก็ต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดมากขึ้นด้วย ทางเลือกที่ควรพิจารณาคือการเลือกโคมไฟที่สามารถเข้าถึงจุดซ่อมบำรุงได้สะดวก ใช้แหล่งกำเนิดแสงที่มีอายุการใช้งานเหมาะสม และวางแผนตำแหน่งติดตั้งตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

งานกระจกและม่านสูง

กระจกที่สูงต่อเนื่องสองชั้นไม่ได้ทำความสะอาดยากเฉพาะด้านนอกเท่านั้น แต่ด้านในก็อาจต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะเช่นกัน สำหรับม่านขนาดใหญ่ ควรพิจารณาน้ำหนักผ้า ระบบราง และความสะดวกในการถอดซัก โดยบางบ้านอาจเหมาะกับระบบม่านไฟฟ้า แต่ม่านไฟฟ้าเองก็มีส่วนที่ต้องบำรุงรักษา ทั้งมอเตอร์ ระบบควบคุม และแหล่งจ่ายไฟ

งานผนังและฝ้าเพดาน

หากวันหนึ่งเกิดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ สีผนังเสียหาย หรือจำเป็นต้องซ่อมระบบไฟที่ซ่อนอยู่ในฝ้า การทำงานบนผนังสูงอาจต้องเตรียมอุปกรณ์และมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม จึงควรคิดตั้งแต่ก่อนสร้างว่า ช่างจะเข้าถึงจุดที่ต้องบำรุงรักษาอย่างไร โดยเฉพาะจุดที่อยู่เหนือบันไดหรือโถงเปิดโล่ง ความหรูหราที่ดีไม่ควรสร้างความยุ่งยากทุกครั้งที่ต้องซ่อมบ้าน การออกแบบให้เข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้สะดวกจึงเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการอยู่อาศัยระยะยาว

5. ค่าใช้จ่ายอีกส่วนที่ไม่ใช่ทุกคนจะนึกถึง เสียงก้องและความเป็นส่วนตัว

บ้าน Double Volume ส่วนใหญ่มักออกแบบให้มีพื้นผิวแข็งจำนวนมาก ทั้งกระจก ผนังเรียบ พื้นกระเบื้องหรือหิน และบันไดที่เปิดเชื่อมกับชั้นบน เมื่อเสียงพูดหรือเสียงโทรทัศน์สะท้อนกับพื้นผิวเหล่านี้ อาจเกิดเสียงก้องภายในห้องได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะห้องที่แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุช่วยดูดซับเสียง

หากห้องนอนชั้นบนเปิดประตูออกสู่โถงกลางโดยตรง เสียงจากห้องรับแขกชั้นล่างก็อาจรบกวนสมาชิกที่กำลังพักผ่อนอยู่ด้านบน ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าบ้าน Double Volume ทุกหลังจะมีเสียงก้องมาก แต่ควรพิจารณารูปแบบการใช้งานร่วมกับวัสดุตกแต่ง เช่น ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์บุผ้า พรม หรือแผงตกแต่งที่ช่วยควบคุมการสะท้อนของเสียง สำหรับครอบครัวที่ชอบเปิดโทรทัศน์เสียงดัง รับแขกบ่อย หรือมีสมาชิกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ การวางตำแหน่งห้องนอนและโถงกลางให้เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาได้ตั้งแต่แรก

6. อยากได้บ้าน Double Volume ต้องเตรียมงบอะไรบ้าง?

แทนที่จะมองเพียงราคาก่อสร้างต่อตารางเมตร ควรแยกพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โถงสูงออกมาให้ชัดเจน

รายการค่าใช้จ่ายที่ควรพิจารณา
งานโครงสร้างเสา คาน ผนังสูง และรายละเอียดโครงสร้างตามแบบวิศวกรรม
งานกระจกขนาด ชนิดกระจก กรอบ การขนส่ง และการติดตั้ง
ระบบปรับอากาศขนาดและประเภทเครื่องปรับอากาศ การจ่ายลม และการควบคุมอุณหภูมิ
งานตกแต่งผนังสูง โคมไฟระย้า ม่าน และงานตกแต่งพิเศษ
งานบำรุงรักษาล้างกระจก เปลี่ยนโคมไฟ ซ่อมม่าน และอุปกรณ์ทำงานบนที่สูง
พื้นที่ใช้สอยพื้นที่ชั้นสองที่ไม่สามารถใช้เป็นห้องเพิ่มเติมได้

รายการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบ้านทุกหลังจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกประเภท เพราะแต่ละโครงการมีรายละเอียดแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบแบบและรายการประมาณราคาค่าก่อสร้าง หรือ BOQ ว่าครอบคลุมงานส่วนใดแล้วบ้าง และมีรายการใดที่เจ้าของบ้านต้องเตรียมงบแยกต่างหาก

7. ถ้าชอบบ้าน Double Volume แต่ไม่อยากมีค่าใช้จ่ายสูงเกินจำเป็น ควรออกแบบอย่างไร?

Double Volume ไม่จำเป็นต้องเปิดโล่งขนาดใหญ่ที่สุดจึงจะดูสวยงาม หลายครั้งการออกแบบเพียงบางส่วนของบ้านก็ช่วยสร้างจุดเด่นได้เพียงพอแล้ว

  • เลือกเปิดโถงสูงเฉพาะจุดสำคัญ แทนที่จะออกแบบให้ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร และโถงบันไดเปิดสูงทั้งหมด อาจเลือกเปิดโถงเฉพาะห้องรับแขกหรือบริเวณทางเข้าหลัก วิธีนี้ช่วยรักษาความรู้สึกโอ่อ่า ขณะเดียวกันก็ยังเหลือพื้นที่ชั้นสองสำหรับการใช้งานอื่น ๆ
  • ใช้แสงธรรมชาติอย่างมีทิศทาง ไม่จำเป็นต้องติดตั้งกระจกเต็มผนังทุกด้าน หากเลือกตำแหน่งช่องแสงได้เหมาะสม บ้านก็สามารถสว่างและดูโปร่งได้โดยไม่รับความร้อนมากเกินไป
  • ออกแบบงานระบบพร้อมงานสถาปัตยกรรม ตำแหน่งแอร์ โคมไฟ ช่องเซอร์วิส และระบบม่านควรพิจารณาตั้งแต่ช่วงออกแบบ ไม่ใช่รอให้ก่อสร้างเสร็จแล้วค่อยหาวิธีติดตั้ง
  • ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ใช้งานทุกวัน หากสมาชิกในครอบครัวใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนั่งเล่น การออกแบบห้องให้มีอุณหภูมิสบาย แสงไม่แยงตา และเสียงไม่ก้อง อาจสำคัญกว่าความสูงของเพดานเพียงอย่างเดียว
  • เลือกวัสดุจากคุณสมบัติ ไม่ใช่รูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว กระจกชนิดเดียวกันอาจเหมาะกับบ้านหนึ่งแต่ไม่เหมาะกับอีกบ้านหนึ่ง เนื่องจากทิศทางแดด ขนาดช่องเปิด และสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน การเลือกวัสดุจึงควรอาศัยรายละเอียดทางเทคนิคและงบประมาณที่สอดคล้องกับแบบบ้านจริง

ตัวอย่างแบบบ้าน Modern Luxury ที่มี Double Volume จาก Estate 818

อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำแนวคิด Double Volume ไปใช้กับบ้านของตัวเอง ควรให้ผู้ออกแบบพิจารณาร่วมกับขนาดที่ดิน ทิศทางแดด ความต้องการพื้นที่ใช้สอย และงบประมาณจริง เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมกับโครงการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบ้าน Double Volume (FAQ)

Double Volume ร้อนกว่าบ้านเพดานปกติหรือไม่?

ความร้อนภายในบ้านขึ้นอยู่กับทิศทางอาคาร วัสดุหลังคา ผนัง ขนาดกระจก และระบบระบายอากาศ หากออกแบบให้ลดความร้อนจากภายนอกและมีระบบปรับอากาศเหมาะสม ห้องโถงสูงก็สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบาย

ได้ ความหรูหราของบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสูงเพดานอย่างเดียว การจัดสัดส่วนห้อง การเลือกวัสดุ แสงธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ และรายละเอียดงานสถาปัตยกรรม ล้วนช่วยสร้างบรรยากาศระดับพรีเมียมได้เช่นกัน

ไม่มีความสูงเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน ต้องพิจารณารูปแบบอาคาร สัดส่วนพื้นที่ ข้อกำหนดทางกฎหมาย และการใช้งานจริง โดยบ้านสองชั้นมักออกแบบโถงที่มีความสูงต่อเนื่องใกล้เคียงความสูงรวมของสองชั้น แต่รายละเอียดต้องอ้างอิงแบบสถาปัตยกรรมและโครงสร้างของแต่ละโครงการ